วรไพลิน's profile<<<Alonestep>>>PhotosBlogLists Tools Help

<<<Alonestep>>>

Photo 1 of 20
No list items have been added yet.
No list items have been added yet.
No list items have been added yet.
May 19

i^xฉันคือตะเกียงi^x

ฉันอาจเป็นเพียงตะเกียงดวงหนึ่ง ที่มีแสงเพียงน้อยนิด
อาจจะไม่จำเป็นเลยในบางช่วงบางขณะ
ที่พระจันท์ทอแสงนวลกระจ่าง
เธออาจจะทิ้งฉันไว้ข้างทางก้อเป็นได้
หากเธอคิดว่าฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย
ฉันจึงเปรียบตะเกียง เป็นดั่ง ตัวฉัน...
ส่วนเธอน่ะ เป็น นักเดินทางคนนึง...
ส่วนเค้าคนนั้น เป็น พระจันท์....
นักเดินทางคนหนึ่งกับตะเกียงดวงเก่า
ตะเกียงที่ให้แสงสว่างในค่ำคืนที่มืดมิด
ตะเกียงที่ให้ความอบอุ่นได้
เมื่อนักเดินทางผู้นั้นต้องการ
ในค่ำคืนที่สายลมหนาวได้ผ่านพัดมาอีกครา
การเดินทางของนักเดินทางผู้นั้นก้อมี
ตะเกียงเป็นเพื่อนคู่ชีพ
แสงเพียงน้อยนิดที่พอจะส่องทางได้เป็นระยะๆ ทำให้นักเดินทางผู้นั้นเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่ เค้ามีอยู่


เมื่อเค้ามีเพื่อนร่วมทาง เพื่อนร่วมทางก็ได้กล่าวว่า
"จะใช้ตะเกียงดวงเก่านี้ไปทำไม ในเมื่อแสงจากพระจันท์ออกจะสว่างถึงเพียงนี้"

นักเดินทางผู้นั้นคิดได้จึง
ทิ้งตะเกียงผู้น่าสงสารไว้ข้างทาง
หลงเชื่อคำกล่าวของเพื่อนร่วมทาง
ซึ่งเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วก้อผ่านไป



ค่ำคืนนั้น เป็นคำคืนที่ยาวนานสำหรับฉัน...
...ตะเกียงผู้ถูกทอดทิ้งไว้ข้างทาง
ก้อเค้าไม่สนใจแม้แต่น้อย
กลับกัน เธอนักเดินทางที่กำลังหลงระเริง
กับแสงจากพระจันทร์
ที่ส่องแสงนวลกระจ่าง มันสวยงาม มันชวนฝัน
นักเดินทางผู้นั้นจึงเดินทางไปเรื่อยๆเพียงลำพัง
แค่สัมภาระ ไร้ ตะเกียงดวงเก่า!
เมื่อความมืดมิดแห่งค่ำคืนได้ผ่านพ้นไป
แสงจันท์ที่เคยกระจ่างยามค่ำคืนก้อเลือนหาย
ดวงตะวันได้โผล่ขึ้นมารับอรุณบอกกับทุกคนที่อยู่ใต้ผืนฟ้าว่านี่คือ
เช้าวันใหม่ ..............
สายลมหนาว --ผ่านพัดมาเยือนอีกครา
----------ผ่านพัด---เป็นลมหนาวที่เย็นยะเยือก
ตะเกียงดวงเก่าที่ถูกทอดทิ้ง
บัดนี้
นักเดินทางอีกคนได้ผ่านมาพบจึงเก็บไว้เป็นสมบัติตน
ตะเกียงจึงกลับกลายเป็น ของมีค่าอีกครั้ง
มันได้ทำหน้าที่เช่นเดิม คือ ให้แสงสว่างและ
ความอบอุ่นไปพร้อมๆกัน

เมื่อตะวันลับฟ้าไปแล้วลำแสงสุดท้ายของวันเป็นสีส้มเป็นแสงสว่างสุดท้ายของวันนี้
ค่ำคืนได้ย่างกรายเข้ามา สายลมหนาวก้อเริ่มพัดแรงขึ้นๆ
ดวงจันท์ที่เคยทอแสงกระจ่างกลับถูกหมอกเมฆบดบังจนสิ้น!
ราวกับจะกลั่นแกล้งนักเดินทาง
คนเก่าที่เคยเป็นเจ้าของตะเกียง
เค้าผู้นั้นไม่มีแม้แต่แสงไฟที่จะใช้ส่องทางและเช่นกัน
เค้าไม่มีแม้กระทั่งความอบอุ่น
นักเดินทางหนาวสั่นจะเดินต่อก็กลัว หลงทาง
เค้าจึงย้อนกลับไปเอาตะเกียงดวงเก่าที่ได้ทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน

... ลมหนาวได้ผ่านพัดมา ราวกับจะทรมานนักเดินทางผู้นั้น
จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขา ได้ทิ้งตะเกียงไว้
บัดนี้ตะเกียงดวงเก่าได้ สาปสูญไปแล้ว
เค้านึกเสียดายจับใจ
แม้จะเรียกร้องเพียงใดก้อมิได้กลับคืน
จึงทำได้แต่เพียงนอนหนาว
รอให้เมฆหมอกที่บดบังดวงจันท์นั้นได้ผ่านเลยไป
เวลาได้ผ่าน........
เมฆหมอกได้เลือนหายไปแล้ว
แสงจันท์ได้กลับมาสดใสอีกครา
ทำให้นักเดินทาง ผู้เหน็บหนาวอุ่นใจขึ้น
แต่ดวงจันท์ก้ออยู่ไกลเกินไป.......

i^xดอกไม้กับก้อนหินi^x


ดอกไม้กับก้อนหิน

เธอเหมือน…ดอกไม้กลีบบาง เอนไหวลู่ลม มีกลิ่นหอมรวยรื่น
เขาเหมือน…ก้อนหิน แข็งกระด้าง เย็นชา ไร้ความอ่อนโยน



อะไรนะที่ทำให้ทั้งสองรักกันได้
ในเมื่อแตกต่างกันเหลือเกิน
หรือเพราะความแตกต่างนี้เอง ที่ทำให้ทั้งสองดึงดูดกันและกัน


คงจะใช่…ระหว่างดอกไม้เบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมนานในสายลมนั้น
อาจมีก้อนหินซ่อนตัวอยู่บนดินใต้ต้นดอกไม้
เฝ้ามอง ดอมดมกลิ่นหอมรวยรื่นของดอกไม้เรื่อยมา
ก้อนหิน ซึมซับความสดใสของดอกไม้มาแนบใจโดยไม่รู้ตัว
และดอกไม้ก็ปลิดกลีบบางโปรยปรายลงมาอย่างปราณี



ความรักก่อเกิดขึ้นตรงนั้น
แนบชิดกันและกันเพราะสายลมไหว
แบ่งปันบางอย่างระหว่างวัน
และเจือฝันมีรักอุ่น ละมุนหัวใจ


อาจเพราะความแตกต่าง
วันหนึ่งดอกไม้…ร้องไห้
เพราะก้อนหินเย็นชาน่าใจหาย



ดอกไม้มองไปรอบๆ ตัว
ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่มีสายฝนเทกระหน่ำ
ดอกไม้เบ่งบาน…ชุ่มฉ่ำ
แต่ทำไมก้อนหินเย็นชา…เหมือนว่าไม่รักกัน
ดอกไม้…ร่ำไห้กับสายฝน…
เพราะเข้าใจว่า ก้อนหินสิ้นรัก


แท้จริงก้อนหินเพียงแต่…
เหน็บหนาวกับสายฝน
เท่านั้นเอง…


ดอกไม้...ฉ่ำน้ำค้างเมื่อเช้า
ก้อนหิน...เหน็บหนาวในคืนค่ำ
เย็นชา...เงียบเฉย...ไร้ถ้อยคำ
แต่เชื่อไหม...ทุกรอยใจจดจำ...กันและกัน

i^x ผู้ให้กับผู้รับ i^x

สุดท้ายเราคือผู้ให้..หรือผู้รับ...
มีใครบางคนบอกว่า...

ในความรักของคนสองคน...สุดท้ายเวลาที่เลิกกัน...

เราจะรู้ว่าใครคือผู้ให้...และใครคือผู้รับ...
ผู้ให้ ...คือ ...
คนที่หยิบยื่นความเจ็บปวดให้อีกฝ่าย...
จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ...แต่เขาได้ให้มันไปแล้ว...
ผู้รับ ...คือ ...
คนที่ยอมรับความเจ็บปวดนั้นมา...
โดยที่ไม่อยากได้มันเลยแม้แต่น้อย...แต่ก็ต้องรับมัน...
ความหมายแบบนี้...ไม่มีใครอยากเป็นผู้รับแน่นอน...
และ...บางคน...คงไม่อยากจะเป็นผู้ให้..เหมือนกัน...
เพราะกลัวว่าสักวัน...อาจจะเปลี่ยนมาเป็นผู้รับบ้าง...
ใครคนนั้นบอกอีกว่า...
บางสิ่ง...ที่เขาหยิบยื่นให้คนรับ...


คนรับ...ก็เต็มใจรับมันเสียด้วย...
บางคนรับมันมา...รู้ว่าหนัก...วางมันลง..เพราะกลัวเหนื่อย...
บางคนรับมัน..แบกไว้จนหนัก...เหนื่อย.... ถึงวางมันลง
บางคน...รู้ว่าหนัก ...กลับยิ่งแบก...รับมันเพิ่ม...มันยิ่งหนัก
ก็ยิ่งเหนื่อย...แต่ไม่วางมันลง...

มันขึ้นอยู่กับว่าคนรับ.. ตั้งใจจะเก็บ...จะแบกมันไว้กับตัวนานแค่ไหน...
ความทุกข์...ความเสียใจ...ความผิดหวัง...ความเจ็บปวด...
เราจะวางมันลง..ครั้งเดียวทีเดียวเลย..
คงไม่ได้และไม่ง่าย....


แต่เมื่อไหร่...
ที่รู้สึกว่าแบกมันไว้..จนหลังไหล่ลู่ล้า อ่อนแรง...ไปหมด...
ขอแค่...ค่อยๆ วางมันลงทีละนิด...ทีละนิด...เท่าที่จะวางได้เป็นพอ...

สักวัน...
มันจะเบาบาง...ผ่อนคลายความหนักหน่วง...นั้นเองตามกาลเวลา...
แม้อาจจะไม่มีวันหมด...เลยก็ตาม....แต่ยังไง
ก็ดีกว่าที่จะเก็บมันไว้แบบนั้น..
.
...ตลอดไป...

 
No list items have been added yet.
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
More...